คลินิกเด็กหมอรุ่งนภา

กุมารเวชกรรมเฉพาะทาง · แม่สอด

ดูแลสุขภาพลูกน้อยอย่างอบอุ่นและใส่ใจ ตั้งแต่แรกเกิดจนเติบโต

👩🏻‍⚕️เกี่ยวกับคุณหมอ

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์

กุมารแพทย์ · เฉพาะทางโรคระบบการหายใจในเด็ก

แพทย์หญิงรุ่งนภา สุขารมย์ เป็นกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคระบบหายใจในเด็ก ที่มุ่งมั่นดูแลสุขภาพเด็ก ๆ ในอำเภอแม่สอดและพื้นที่ใกล้เคียง ด้วยความอบอุ่น เข้าใจหัวใจของเด็กและครอบครัว

คุณหมอเชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก เช่น โรคปอด หอบหืด ภูมิแพ้ และนอนกรน พร้อมให้คำปรึกษาในทุกช่วงวัยของลูกน้อย ตั้งแต่แรกเกิด การเจริญเติบโต พัฒนาการ ไปจนถึงวัคซีน

🎓
เฉพาะทางกุมารเวชศาสตร์ — ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.42851
🫁
เชี่ยวชาญระบบหายใจในเด็ก — หอบหืด ภูมิแพ้ นอนกรน
💚
ดูแลอบอุ่น เป็นกันเอง — เข้าใจหัวใจเด็กและครอบครัว
🧸บริการของเรา

ดูแลลูกน้อยครบทุกด้าน

🩺

ตรวจรักษาโรคทั่วไป

ดูแลรักษาโรคในทารก เด็ก และผู้ใหญ่ โดยแพทย์เฉพาะทาง

💉

ฉีดวัคซีน

วัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม พร้อมวางตารางให้เหมาะกับลูก

🫁

โรคปอด & หอบหืด

โรคปอด หอบหืด ภูมิแพ้ นอนกรน และโรคระบบหายใจอื่น ๆ

📈

พัฒนาการ & โภชนาการ

ประเมินพัฒนาการตามวัย และดูแลโภชนาการการเจริญเติบโต

💊

พ่นยา · ฉีดยา · ทำแผล

พ่นยา ฉีดยา ทำแผล และตรวจเลือด โดยทีมที่ดูแลใกล้ชิด

💬

ให้คำปรึกษาสุขภาพเด็ก

ปรึกษาปัญหาสุขภาพลูกน้อยได้ทุกเรื่อง ด้วยความเข้าใจ

💉วัคซีน & ราคา

ตารางวัคซีนและราคา

ราคาต่อเข็ม รวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้ว ฉีดโดยกุมารแพทย์เฉพาะทางทุกเข็ม

  1. 1 เดือน
    วัคซีนตับอักเสบบี เข็ม 2กรณีมารดาเป็นพาหะ
    ฿500
  2. 2 เดือน
    วัคซีนรวม 6 โรค (Infanrix hexa)คอตีบ · บาดทะยัก · ไอกรน · โปลิโอ · ฮิบ · ตับอักเสบบี
    ฿2,000
    โรต้าไวรัส เข็ม 1 (Rotarix)
    ฿1,000
  3. 4 เดือน
    วัคซีนรวม 5 โรค (Pentaxim)คอตีบ · บาดทะยัก · ไอกรน · โปลิโอ · ฮิบ
    ฿1,600
    โรต้าไวรัส เข็ม 2 (Rotarix)
    ฿1,000
  4. 6 เดือน
    วัคซีนรวม 6 โรค (Infanrix hexa)คอตีบ · บาดทะยัก · ไอกรน · โปลิโอ · ฮิบ · ตับอักเสบบี
    ฿2,000
  5. 9 เดือน
    หัด · หัดเยอรมัน · คางทูม (MMR เข็ม 1)
    ฿800
  6. 12 เดือน
    ไข้สมองอักเสบเจอี เข็ม 1 (JE1)
    ฿900
  7. 18 เดือน
    วัคซีนรวม 5 โรค (Pentaxim)คอตีบ · บาดทะยัก · ไอกรน · โปลิโอ · ฮิบ
    ฿1,600
    หัด · หัดเยอรมัน · คางทูม (MMR เข็ม 2)
    ฿800
  8. 24 เดือน
    ไข้สมองอักเสบเจอี เข็ม 2 (JE2)
    ฿900
  9. 4 ปี
    วัคซีนรวม 4 โรค (Tetraxim)คอตีบ · บาดทะยัก · ไอกรน · โปลิโอ
    ฿1,300
  10. 9 – 15 ปี
    วัคซีนกระตุ้น คอตีบ · บาดทะยัก · ไอกรน (Tdap)
    ฿900
    มะเร็งปากมดลูก 9 สายพันธุ์ (HPV)
    ฿6,300
2, 4, 6, 12–15 เดือน
ปอดอักเสบนิวโมคอคคัส 13 / 20 สายพันธุ์
จำนวนเข็มขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มฉีด
฿1,600 / 3,000
6 เดือน – ผู้ใหญ่
ไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์
ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี
฿550
6 เดือน – ผู้ใหญ่
ไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์
ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี
฿450
6 เดือน – 6 ปี
มือ เท้า ปาก (EV71)
2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน
฿3,000
ทุกอายุ
พิษสุนัขบ้า (ก่อนสัมผัสโรค)
2 เข็ม ห่างกัน 7 วัน
฿550
12 เดือน ขึ้นไป
ตับอักเสบเอ
2 เข็ม ห่างกัน 6–12 เดือน
฿1,100
1 – 2 ปี
อีสุกอีใส (VZV)
2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 3 เดือน
฿1,500
4 – 60 ปี
ไข้เลือดออก (Qdenga)
2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน
฿2,000
0 – 2 ปี
ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV
0–1 ปี 1 เข็ม · 1–2 ปี 2 เข็ม
฿13,000
9 ปี ขึ้นไป
มะเร็งปากมดลูก 9 สายพันธุ์ (HPV)
2 เข็ม ห่างกัน 6–12 เดือน
฿6,300
หมายเหตุ
  • ราคาที่แสดงเป็น ราคาต่อเข็ม รวมค่าแพทย์และค่าบริการเรียบร้อยแล้ว (หน่วย: บาท) วัคซีนที่ต้องฉีดหลายเข็มจะคิดตามจำนวนเข็มที่ฉีดจริง
  • ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาโทรสอบถามก่อนเข้ารับบริการ
  • จำนวนเข็มและช่วงอายุที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประวัติการฉีดเดิมของเด็กแต่ละคน คุณหมอจะประเมินให้ในวันตรวจ
  • กรุณานำสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู) หรือสมุดวัคซีนเดิมมาด้วยทุกครั้ง

📞 สอบถามเรื่องวัคซีน — 096-795-3542

📖บทความน่ารู้

สาระสุขภาพลูกน้อย

เกร็ดความรู้เรื่องสุขภาพเด็ก โดยทีมคลินิกเด็กหมอรุ่งนภา

💬คำถามที่พบบ่อย

เรื่องที่ผู้ปกครองถามบ่อย

รวมคำถามที่คุณพ่อคุณแม่สอบถามเข้ามาบ่อยที่สุด หากไม่พบคำตอบ โทรถามคุณหมอได้เลย

คลินิกเปิดกี่โมง เปิดวันไหนบ้าง?

จันทร์ – ศุกร์ เวลา 17:00 – 20:00 น. และ เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11:00 – 15:00 น.

เวลาทำการอาจปรับในบางสัปดาห์ แนะนำให้โทร 096-795-3542 หรือเช็กเฟซบุ๊กของคลินิกก่อนเดินทางมา

ต้องนัดล่วงหน้าไหม?

ไม่ต้องนัดล่วงหน้า เดินเข้ามารับบริการได้เลยในเวลาทำการ หากมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามอาการเบื้องต้น โทรมาก่อนได้ที่ 096-795-3542

รับบัตรทองหรือประกันสังคมไหม?

คลินิกไม่ได้เข้าร่วมสิทธิบัตรทอง (30 บาท) และสิทธิประกันสังคม ทุกบริการเป็นการชำระเงินเอง

สามารถขอใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปเบิกกับบริษัทประกันหรือต้นสังกัดได้

ชำระเงินอย่างไรได้บ้าง?

รับชำระด้วยเงินสด และโอนเงินผ่านธนาคาร

คลินิกอยู่ตรงไหน หาอย่างไร?

170/1 ถนนอินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก 63110 — เยื้องตลาดบ้านเหนือประมาณ 100 เมตร ใกล้แยกเจ้าสัวและศาลเจ้าพ่อพะวอ

เปิดเส้นทางใน Google Maps

รับตรวจผู้ใหญ่ด้วยไหม?

รับตรวจ นอกจากทารกและเด็ก คุณหมอตรวจรักษาโรคทั่วไปในผู้ใหญ่ด้วย

สื่อสารภาษาอะไรได้บ้าง?

ให้บริการเป็นภาษาไทย อังกฤษ และพม่า

มีวัคซีนอะไรบ้าง ราคาเท่าไร?

มีทั้งวัคซีนพื้นฐานตามเกณฑ์และวัคซีนเสริม เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก อีสุกอีใส RSV และ HPV

ดู ตารางวัคซีนและราคาทั้งหมด ได้ในหน้านี้

พาลูกมาฉีดวัคซีนต้องเตรียมอะไรบ้าง?

นำสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู) หรือสมุดวัคซีนเดิมมาด้วยทุกครั้ง เพื่อให้คุณหมอตรวจสอบประวัติการฉีดได้ครบถ้วน

หากลูกมีไข้ กำลังป่วย หรือเพิ่งหายป่วย กรุณาแจ้งคุณหมอก่อนฉีด

คุณหมอเชี่ยวชาญด้านไหน?

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ (ใบอนุญาตเลขที่ ว.42851) กุมารแพทย์ อนุสาขาโรคระบบการหายใจในเด็ก

ดูแลตั้งแต่โรคทั่วไปในเด็ก วัคซีน หอบหืด ภูมิแพ้ นอนกรน ไปจนถึงพัฒนาการและโภชนาการ

🕒เวลาทำการ & ที่ตั้ง

พร้อมดูแลลูกน้อยของคุณ 💗

เวลาเปิดบริการ

จันทร์ – ศุกร์17:00 – 20:00
เสาร์ – อาทิตย์11:00 – 15:00

* เวลาทำการอาจปรับในแต่ละสัปดาห์ กรุณาเช็กเฟซบุ๊กหรือโทรก่อนมา

📍
ที่อยู่
170/1 ถนนอินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก 63110
🧭
จุดสังเกต
เยื้องตลาดบ้านเหนือ ~100 ม. · ใกล้แยกเจ้าสัว และศาลเจ้าพ่อพะวอ
📞
โทรศัพท์

คลินิกเด็กหมอรุ่งนภา — ดูแลสุขภาพลูกน้อยด้วยความรักและความใส่ใจ โดยกุมารแพทย์เฉพาะทาง ใจกลางเมืองแม่สอด

ติดต่อเรา

170/1 ถนนอินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก 63110

096-795-3542

เวลาทำการ

จันทร์ – ศุกร์   17:00 – 20:00

เสาร์ – อาทิตย์   11:00 – 15:00

© 2026 คลินิกเด็กหมอรุ่งนภา · rungnaphakidsclinic.com

ออกแบบโดย Pann Studio

📖บทความทั้งหมด

บทความทั้งหมด

รวมบทความสุขภาพเด็กจากคุณหมอ

ระบบหายใจ

ลูกเป็นหวัดบ่อย ผิดปกติไหม?

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 5 นาที

คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลเมื่อลูกเป็นหวัดบ่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงเข้าเรียนใหม่ ๆ ความจริงแล้วเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี สามารถเป็นหวัดได้ถึงปีละ 6–8 ครั้ง เพราะระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และร่างกายกำลังค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสชนิดต่าง ๆ

ทำไมเด็กถึงเป็นหวัดบ่อยกว่าผู้ใหญ่

ไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ เด็กที่ยังไม่เคยเจอเชื้อเหล่านี้จึงยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เมื่ออยู่ในโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่มีเด็กจำนวนมาก โอกาสสัมผัสเชื้อจึงสูงขึ้น การเป็นหวัดแต่ละครั้งจึงเป็นเหมือนการฝึกให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นทีละน้อย

อาการหวัดทั่วไปที่ดูแลได้เองที่บ้าน

อาการหวัดส่วนใหญ่ ได้แก่ น้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ จาม และมีไข้ต่ำ ๆ มักหายได้เองภายใน 7–10 วัน สิ่งที่ช่วยได้คือ ให้ลูกพักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และเช็ดตัวลดไข้เมื่อมีไข้

สัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์

  • ไข้สูงเกิน 38.5°C นานกว่า 2–3 วัน หรือไข้กลับมาซ้ำ
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือหน้าอกบุ๋ม
  • ซึมลง ไม่กินน้ำกินนม ปัสสาวะน้อย
  • ไอมากจนอาเจียน หรือไอนานเกิน 2 สัปดาห์
  • อาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน หรือดูแย่ลงเรื่อย ๆ

หากลูกเป็นหวัดบ่อยมากผิดปกติ ร่วมกับน้ำหนักไม่ขึ้นหรือติดเชื้อรุนแรงซ้ำ ๆ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เช่น ภูมิแพ้หรือปัญหาภูมิคุ้มกัน ที่คลินิกเราพร้อมประเมินและให้คำแนะนำอย่างละเอียด

📞 096-795-3542
ระบบหายใจ

หอบหืดในเด็ก: สัญญาณเตือนและการดูแล

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 6 นาที

หอบหืดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก เกิดจากหลอดลมมีการอักเสบและไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้หลอดลมตีบแคบเป็นครั้งคราว เด็กจึงหายใจลำบาก ไอ หรือมีเสียงวี้ด ข่าวดีคือหากดูแลอย่างถูกวิธี เด็กส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิต เล่น และเรียนได้ตามปกติ

สัญญาณเตือนที่พบบ่อย

  • ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือช่วงเช้ามืด
  • หายใจมีเสียงวี้ด (wheeze)
  • เหนื่อยง่ายเวลาวิ่งเล่นหรือออกกำลัง
  • แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม
  • อาการกำเริบเมื่อเป็นหวัด เจอฝุ่น ควัน หรือขนสัตว์

สิ่งกระตุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง

สิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น ควันบุหรี่ ควันจากการเผา ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ อากาศเปลี่ยน และการติดเชื้อทางเดินหายใจ การจัดบ้านให้สะอาด ปลอดฝุ่นและควัน จะช่วยลดโอกาสกำเริบได้มาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝุ่นควันตามฤดูกาล

การดูแลและการใช้ยา

การรักษาหอบหืดมี 2 กลุ่มหลัก คือ ยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน (ยาขยายหลอดลม) และยาควบคุมระยะยาว (ยาพ่นสเตียรอยด์ขนาดต่ำ) ที่ช่วยลดการอักเสบ การใช้ยาพ่นอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ปกครองควรเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์พ่นยาและกระบอกช่วยพ่น (spacer) ให้ถูกต้อง

แพทย์หญิงรุ่งนภามีความเชี่ยวชาญด้านโรคระบบหายใจในเด็กโดยเฉพาะ สามารถช่วยวางแผนการรักษา ประเมินการควบคุมอาการ และสอนเทคนิคการพ่นยาให้ลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม

📞 096-795-3542
วัคซีน

ตารางวัคซีนเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยเรียน

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 7 นาที

วัคซีนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายรู้จักและต่อสู้กับเชื้อโรคก่อนที่จะป่วยจริง เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคที่ปลอดภัยและได้ผลที่สุด การพาลูกมารับวัคซีนตามกำหนดจึงเป็นของขวัญด้านสุขภาพที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่พ่อแม่มอบให้ได้

วัคซีนพื้นฐานตามช่วงวัย

ในช่วงขวบปีแรก ลูกจะได้รับวัคซีนหลายชนิดตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข เช่น วัคซีนวัณโรค (BCG) และตับอักเสบบีตั้งแต่แรกเกิด ตามด้วยวัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-โปลิโอ-ฮิบ และวัคซีนโรต้าและปอดอักเสบ IPD ในช่วง 2, 4 และ 6 เดือน

  • แรกเกิด: BCG, ตับอักเสบบี
  • 2–6 เดือน: คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน, โปลิโอ, ฮิบ, โรต้า, IPD
  • 9–12 เดือน: หัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR), ไข้สมองอักเสบเจอี
  • 18 เดือน–เข้าเรียน: กระตุ้นเข็มต่อเนื่อง และวัคซีนตามคำแนะนำ

วัคซีนเสริมที่แนะนำ

นอกจากวัคซีนพื้นฐาน ยังมีวัคซีนเสริมที่ช่วยเพิ่มการป้องกัน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (ฉีดปีละครั้ง) วัคซีนอีสุกอีใส วัคซีนตับอักเสบเอ และวัคซีน HPV ในเด็กโต แพทย์จะช่วยแนะนำตามอายุและความเหมาะสมของลูกแต่ละคน

ดูแลลูกหลังฉีดวัคซีน

หลังฉีดวัคซีน อาจมีไข้ต่ำ ๆ หรือปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีดได้ ซึ่งมักหายเองใน 1–2 วัน สามารถประคบเย็นและให้ยาลดไข้ตามคำแนะนำได้ หากมีไข้สูงมาก งอแงผิดปกติ หรือมีผื่นรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ ที่คลินิกเรามีบริการวางตารางวัคซีนเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับลูกของคุณ

📞 096-795-3542
ระบบหายใจ

ภูมิแพ้ในเด็ก: อาการ สาเหตุ และวิธีรับมือ

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 5 นาที

ภูมิแพ้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย เช่น ไรฝุ่นหรือเกสรดอกไม้ มากเกินไป พบได้บ่อยในเด็ก และมักสัมพันธ์กับประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว การรู้จักอาการและสิ่งกระตุ้นช่วยให้ดูแลลูกได้ดีขึ้น

ภูมิแพ้ที่พบบ่อยในเด็ก

  • ภูมิแพ้จมูก: จาม คัดจมูก น้ำมูกใส คันจมูกและตา
  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง: ผิวแห้ง คัน เป็น ๆ หาย ๆ
  • ภูมิแพ้อาหาร: ผื่น ปากบวม หรืออาเจียนหลังกินอาหารบางชนิด
  • หอบหืดจากภูมิแพ้: ไอ หายใจมีเสียงวี้ด

สิ่งกระตุ้นที่ควรสังเกต

สิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ในบ้านที่พบบ่อยคือไรฝุ่นในที่นอน ตุ๊กตาผ้า พรม ขนสัตว์เลี้ยง และเชื้อรา ส่วนภายนอกได้แก่ เกสร ฝุ่นควัน และมลพิษ การจดบันทึกว่าลูกมีอาการช่วงไหนหรือหลังสัมผัสอะไร จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น

แนวทางดูแลและรักษา

การดูแลเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนสม่ำเสมอ ทำความสะอาดบ้านให้ปลอดฝุ่น ร่วมกับการใช้ยาตามอาการ เช่น ยาแก้แพ้หรือยาพ่นจมูก ในบางรายแพทย์อาจแนะนำการตรวจภูมิแพ้เพิ่มเติม การดูแลอย่างต่อเนื่องช่วยให้ลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาก

📞 096-795-3542
ระบบหายใจ

ลูกนอนกรน อันตรายกว่าที่คิด

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 5 นาที

เด็กหลายคนกรนเป็นครั้งคราวเวลาเป็นหวัดหรือคัดจมูก ซึ่งมักไม่ใช่ปัญหา แต่หากลูกกรนเสียงดังเป็นประจำ ร่วมกับหายใจลำบากหรือมีช่วงหยุดหายใจขณะหลับ อาจเป็นสัญญาณของภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ (OSA) ที่ควรได้รับการดูแล

ทำไมการนอนกรนเรื้อรังจึงสำคัญ

ขณะหลับ หากทางเดินหายใจถูกอุดกั้น เด็กจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอและนอนหลับไม่สนิท ส่งผลต่อการเจริญเติบโต สมาธิ การเรียนรู้ และอารมณ์ในระยะยาว เด็กบางคนอาจดูซนหรือหงุดหงิดง่ายในเวลากลางวันเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ

สัญญาณที่ควรสังเกต

  • กรนเสียงดังเกือบทุกคืน
  • มีช่วงหยุดหายใจ หรือสะดุ้งเฮือกขณะหลับ
  • นอนอ้าปากหายใจ หรือนอนท่าแปลก ๆ เพื่อหายใจสะดวก
  • ปัสสาวะรดที่นอน ตื่นมาไม่สดชื่น
  • ง่วงหรือหงุดหงิดผิดปกติในเวลากลางวัน

ควรทำอย่างไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต ภูมิแพ้จมูก หรือน้ำหนักเกิน หากสงสัย ควรพาลูกมาพบแพทย์เพื่อประเมิน แพทย์อาจตรวจร่างกาย ซักประวัติการนอน และวางแผนการดูแลที่เหมาะสม ในฐานะที่คุณหมอเชี่ยวชาญด้านระบบหายใจ จะช่วยประเมินและแนะนำแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

📞 096-795-3542
ดูแลทั่วไป

ไข้ในเด็ก ดูแลอย่างไรให้ถูกวิธี

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 6 นาที

ไข้คือภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ (ตั้งแต่ 37.5°C ขึ้นไป) มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ไข้เป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรค ดังนั้นเป้าหมายของการดูแลคือทำให้ลูกสบายตัวขึ้น ไม่ใช่แค่ทำให้ไข้ลงอย่างเดียว

วิธีดูแลลูกเมื่อมีไข้

  • ให้ดื่มน้ำหรือนมบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำเย็น
  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวและระยะเวลาที่เหมาะสม
  • ให้ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ห่มหนาเกินไป
  • ให้พักผ่อนมาก ๆ ในห้องที่อากาศถ่ายเท

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

ไม่ควรเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นหรือแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้หนาวสั่นและไข้สูงขึ้น ไม่ควรให้ยาแอสไพรินในเด็ก และไม่ควรให้ยาลดไข้ถี่กว่าที่ระบุ การให้ยาเกินขนาดอาจเป็นอันตรายต่อตับได้

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบพบแพทย์

ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์หากมีไข้ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน ไข้สูงเกิน 39°C ที่ไม่ลดลง ชักจากไข้ ซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น หายใจลำบาก หรือมีผื่นจ้ำเลือด อาการเหล่านี้ต้องการการประเมินโดยแพทย์อย่างเร่งด่วน

📞 096-795-3542
พัฒนาการ

พัฒนาการเด็กตามวัย 0–5 ปี ที่พ่อแม่ควรรู้

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 6 นาที

พัฒนาการของเด็กแบ่งเป็น 4 ด้านหลัก คือ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก ภาษาและการสื่อสาร และด้านสังคมและอารมณ์ เด็กแต่ละคนมีจังหวะการเติบโตของตัวเอง แต่การรู้หมุดหมายพัฒนาการช่วยให้พ่อแม่สังเกตและส่งเสริมลูกได้ทันเวลา

หมุดหมายพัฒนาการคร่าว ๆ

  • 3–4 เดือน: ชันคอได้ดี ยิ้มตอบ ส่งเสียงอ้อแอ้
  • 6–9 เดือน: นั่งได้เอง หยิบของสลับมือ เล่นจ๊ะเอ๋
  • 12 เดือน: เกาะยืน เริ่มพูดคำมีความหมาย ชี้สิ่งที่ต้องการ
  • 2 ปี: วิ่งได้ พูดเป็นวลี 2 คำ เลียนแบบผู้ใหญ่
  • 3–5 ปี: กระโดด วาดรูป เล่นกับเพื่อน เล่าเรื่องได้

ส่งเสริมพัฒนาการง่าย ๆ ที่บ้าน

การพูดคุย อ่านนิทาน ร้องเพลง และเล่นกับลูกเป็นประจำ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการทุกด้านได้ดีที่สุด ควรจำกัดเวลาหน้าจอในเด็กเล็ก และเปิดโอกาสให้ลูกได้เคลื่อนไหว สำรวจ และเล่นอย่างอิสระ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์

หากลูกมีพัฒนาการช้ากว่าวัยอย่างชัดเจน เช่น ยังไม่พูดคำมีความหมายเมื่ออายุ 18 เดือน ไม่สบตา ไม่ตอบสนองต่อเสียง หรือสูญเสียทักษะที่เคยทำได้ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินและช่วยเหลือแต่เนิ่น ๆ ยิ่งพบเร็ว ยิ่งช่วยได้มาก

📞 096-795-3542
โภชนาการ

โภชนาการเด็ก กินอย่างไรให้โตสมวัย แข็งแรง

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 6 นาที

โภชนาการที่ดีในช่วงวัยเด็กมีผลต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการสมอง และภูมิคุ้มกัน การสร้างนิสัยการกินที่ดีตั้งแต่เล็กจะติดตัวลูกไปตลอด และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต

หลักการกินตามช่วงวัย

  • 0–6 เดือน: นมแม่อย่างเดียวดีที่สุด
  • 6 เดือนขึ้นไป: เริ่มอาหารตามวัยควบคู่กับนมแม่
  • 1 ปีขึ้นไป: กินอาหาร 3 มื้อพร้อมของว่างที่มีประโยชน์
  • วัยเรียน: อาหารครบ 5 หมู่ หลากหลายสีสัน

สารอาหารที่เด็กต้องการ

เด็กต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว เพื่อการเจริญเติบโต ธาตุเหล็กและแคลเซียมเพื่อเลือดและกระดูก รวมถึงผักผลไม้หลากสีที่ให้วิตามินและใยอาหาร ควรลดอาหารหวาน มัน เค็ม และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุและน้ำหนักเกิน

เคล็ดลับสำหรับลูกกินยาก

เด็กวัยเตาะแตะเลือกกินเป็นเรื่องปกติ พ่อแม่ควรจัดอาหารหลากหลายโดยไม่บังคับ ให้ลูกได้ลองซ้ำ ๆ ทำอาหารให้น่ากินและมีสีสัน กินเป็นตัวอย่างที่ดี และสร้างบรรยากาศมื้ออาหารที่ผ่อนคลาย หากลูกน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์หรือกินได้น้อยมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

📞 096-795-3542
ระบบหายใจ

RSV และไวรัสทางเดินหายใจในเด็กเล็ก

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 5 นาที

RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ส่วนใหญ่มีอาการเหมือนหวัดธรรมดา แต่ในเด็กเล็กบางคนอาจลุกลามไปที่หลอดลมฝอยและปอด ทำให้หายใจลำบากได้

อาการที่ควรสังเกต

  • เริ่มด้วยน้ำมูก ไอ และมีไข้
  • ไอมากขึ้น หายใจเร็ว หรือมีเสียงวี้ด
  • หายใจแรงจนหน้าอกหรือซี่โครงบุ๋ม
  • กินนมได้น้อยลง ซึม งอแง
  • ในเด็กเล็กมากอาจมีช่วงหยุดหายใจ

การดูแลและการป้องกัน

ส่วนใหญ่ RSV ดูแลตามอาการ เช่น ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ดูดน้ำมูก ให้ดื่มนมและน้ำบ่อย ๆ และเฝ้าระวังการหายใจ การป้องกันที่ดีที่สุดคือล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงพาเด็กเล็กไปที่แออัด ไม่ให้คนป่วยเข้าใกล้ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ซึ่งเพิ่มความเสี่ยง

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์หากหายใจเร็วหรือลำบาก ตัวเขียว ริมฝีปากคล้ำ ซึมมาก ไม่กินนม หรือมีสัญญาณขาดน้ำ เด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีโรคประจำตัวควรได้รับการดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ

📞 096-795-3542
ดูแลทั่วไป

เมื่อไหร่ควรพาลูกไปหาหมอ? สัญญาณที่ไม่ควรรอ

พญ.รุ่งนภา สุขารมย์ · 5 นาที

อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยในเด็กมักหายได้เองและดูแลที่บ้านได้ แต่มีบางอาการที่เป็นสัญญาณเตือนว่าควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที การรู้จักแยกแยะจะช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ไม่ตื่นตระหนกเกินไปและไม่ประมาท

สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • หายใจลำบาก หายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม หรือตัวเขียว
  • ซึมมาก ปลุกไม่ตื่น หรือไม่ตอบสนอง
  • ชัก หรือเกร็งกระตุก
  • ไข้สูงในเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน
  • อาเจียนหรือถ่ายเหลวรุนแรงจนมีสัญญาณขาดน้ำ
  • มีผื่นจ้ำเลือดที่กดไม่จาง

อาการที่ควรพบแพทย์ในเร็ววัน

อาการที่ไม่ฉุกเฉินแต่ควรพบแพทย์ ได้แก่ ไข้นานเกิน 2–3 วัน ไอเรื้อรัง กินได้น้อยลงชัดเจน น้ำหนักไม่ขึ้น หรืออาการที่พ่อแม่รู้สึกว่า 'ผิดปกติไปจากเดิม' สัญชาตญาณของพ่อแม่มีค่าเสมอ หากไม่แน่ใจ การมาปรึกษาแพทย์ย่อมดีกว่ารอ

เตรียมตัวก่อนมาพบแพทย์

ควรจดบันทึกอาการ ระยะเวลา อุณหภูมิไข้ ยาที่ให้ไปแล้ว และประวัติการแพ้ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยได้เร็วและแม่นยำ ที่คลินิกเด็กหมอรุ่งนภา เรายินดีให้คำปรึกษาและดูแลลูกน้อยของคุณอย่างใกล้ชิดในทุกช่วงวัย

📞 096-795-3542